เอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล สัญญา ใบเสนอราคา หรือข้อมูลลูกค้า ถ้าทิ้งลงถังขยะทั้งแผ่น ใครเก็บไปต่อจิ๊กซอว์ก็อ่านได้หมด นี่คือเหตุผลที่หน่วยงานราชการและองค์กรที่ดูแลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ถึงกำหนด “ระดับการทำลาย” เอาไว้ ไม่ใช่แค่ฉีกพอเป็นพิธี
ระดับการตัดสำคัญกว่ายี่ห้อ
เครื่องทำลายเอกสารแบ่งระดับความปลอดภัยตามขนาดเศษกระดาษที่เหลือ (มาตรฐาน DIN 66399) สองระดับที่เจอบ่อยในงานสำนักงานคือ
- ตัดเป็นเส้นตรง (Strip-cut) ระดับ P-2 — เศษกว้างไม่เกิน 4 มม. เป็นระดับที่หน่วยงานราชการส่วนใหญ่ระบุว่า “ผ่าน” สำหรับเอกสารทั่วไปที่ต้องทำลาย เหมาะกับงานปริมาณมากเพราะตัดเร็วและถังเต็มช้ากว่า
- ตัดย่อยเป็นชิ้นเล็ก (Cross-cut) ระดับ P-4 — ตัดทั้งแนวขวางและแนวยาว เศษเล็กกว่ามาก ต่อกลับแทบไม่ได้ เหมาะกับเอกสารลับจริงจัง เช่น ข้อมูลการเงิน บัตรประชาชน
ถ้างานของคุณคือเอกสารราชการหรือเอกสารองค์กรทั่วไปที่ต้องการให้ “ผ่านสเปค” แบบไม่ต้องตีความ รุ่นตัดตรง P-2 มักเป็นตัวเลือกที่คุ้มและตรงเงื่อนไขที่สุด อย่างรุ่น GANGAS RASSAMEE OB-31S ที่ออกแบบให้ผ่านมาตรฐานการตัดของงานราชการโดยเฉพาะ และรองรับการป้อนต่อเนื่องสำหรับงานปริมาณมาก
เลือกให้ตรงปริมาณงาน ไม่ใช่แค่ระดับการตัด
อีกจุดที่คนมองข้ามคือ “ความถี่การใช้” — เครื่องสำหรับโต๊ะทำงานคนเดียวกับเครื่องสำหรับทั้งแผนกใช้สเปคต่างกันมาก ทั้งจำนวนแผ่นต่อรอบ ขนาดถัง และระยะพักเครื่อง ถ้าซื้อเครื่องเล็กไปใช้งานหนัก มอเตอร์จะร้อนและตัดได้ทีละน้อย สุดท้ายเสียเวลากว่าเดิม แนะนำให้เทียบสเปคหลายรุ่นก่อนตัดสินใจ ดูเทียบได้ที่หน้ารวมสเปคเครื่องทำลายเอกสาร ว่ารุ่นไหนรับปริมาณงานต่อวันได้แค่ไหน
สรุปสั้น ๆ ก่อนซื้อ
- เอกสารราชการ/ทั่วไป → ระดับ P-2 ตัดตรง ผ่านสเปคและคุ้ม
- เอกสารลับจริงจัง/ข้อมูลการเงิน → ระดับ P-4 ตัดย่อย
- เช็กปริมาณงานต่อวัน เลือกรุ่นที่รับไหว อย่าดูแค่ราคา

Office Business
20 แผ่น ตัดตรง
30 แผ่น ตัดตรง
20 แผ่น ตัดละเอียด
30 แผ่น ตัดละเอียด